วิธีใช้ poEdit เบื้องต้น
Posted by นาวรรณ on
มิถุนายน 10, 2008
สำหรับผู้ที่ได้อ่านเรื่อง วิธีแปลเมนูโปรแกรมให้มีภาษาไทย แล้วหรือผู้ที่เคยแปลโปรแกรมมาบ้าง คงรู้จักโปรแกรม poEdit และ gettext กันแล้วนะครับ ในวันนี้ผมก็จะมาแนะนำเกี่ยวกับโปรแกรม poEdit พอคร่าวๆ ครับ
poEdit คือ
poEdit เป็น โปรแกรมสำหรับช่วยแปลไฟล์ภาษาของโปรแกรมที่ถูกเก็บในแบบ gettext โปรแกรม poEdit เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตัวหนึ่งในบรรดาโปรแกรม Gnu Gettext Tool เพราะว่า poEdit นั้นสามารถทำงานได้ทั้งบน วินโดวส์ ลินุกซ์ และ Mac ในขณะที่โปรแกรมอื่นๆจะทำงานได้ในบางระบบเท่านั้น
Note : แม้แต่ WordPress ก็ใช้ไฟล์ภาษาแบบนี้ครับ และเราก็สามารถใช้โปรแกรม PoEdit นี้ในการแก้ไขการแปลภาษาไทยที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกใจได้ด้วยครับ
รูปแบบไฟล์
รูปแบบไฟล์หรือนามสกุลไฟล์ของ poEdit หรือ gettext มี
.po เรียกว่าไฟล์แค็ตตาล็อก(Catalogs) (บางทีไฟล์ต้นฉบับจะมีนามสกุล .pot ให้เปลี่ยนเป็น .po ก่อนก็จะสามารถเปิดด้วย poedit ได้) ไฟล์นี้ยังไม่ใช่ไฟล์ที่ใช้เป็นไฟล์ภาษาแต่เราควรเก็บไฟล์นี้ไว้ด้วยเมื่อแปลเสร็จ และต้องส่งไฟล์นี้ไปให้ผู้พัฒนาโปรแกรมด้วย เพื่อสะดวกในการแก้ไขในครั้งต่อไป
.mo เป็นไฟล์ที่ได้รับการคอมไพล์แล้ว โดยโปรแกรม poEdit จะคอมไฟล์อัตโนมัติเมื่อบันทึก ไฟล์นี้จะใช้เป็นไฟล์ภาษาของโปรแกรม โดยไฟล์ .mo จะไม่สามารถแก้ไขได้อีกเหมือนไฟล์ .po
ดาวน์โหลดโปรแกรม
ดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่ poedit.net ถ้าใช้วินโดวส์ 95 เราต้องมีไฟล์ unicows.dll ด้วย
ใช้งานครั้งแรก
ในการใช้งานครั้งแรก หลังจากที่ดาวน์โหลดและติดตั้งเสร็จแล้ว
1. โปรแกรมจะให้เราเลือกภาษของเมนู เราก็เลือก thai ด้านล่างครับ(แปลไทยโดยคุณ pun)
2. โปรแกรมจะแจ้งเราว่านี่เป็นใช้งานครั้งแรกให้เราป้อนชื่อและอีมลล์ซึ่งจะถูกใส่ไว้ที่ส่วนหัวของไฟล์ ว่าเราเป็นคนแปลคนล่าสุด
3. โปรแกรมก็จะเปิดขึ้นมาพร้อมเมนูภาษาไทยหรือภาษาที่คุณเลือก
แนะนำส่วนต่างๆของโปรแกรม
โปรแกรม poedit มีส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเราดังนี้ครับ
- ส่วนแสดงผล จะบอกเราว่าคำไหนแปลแล้วหรือยังไมได้แปลด้วยสี ส่วนที่เป็นสีฟ้าคือยังไม่ได้แปล สีขาวหรือแปลแล้ว และคำที่แปลแล้วจะอยู่ด้านล่างคำที่ยังไม่ได้แปลจะอยู่ด้านบนๆ
- คำต้นฉบับ หรือในโปรแกรมใช้ว่า “ข้อมูลดั้งเดิม”
- คำแปลคือส่วนที่เราต้องพิมพ์คำแปลลงไปครับ สามารถคัดลอกคำต้นฉบับไปที่ช่องนี้ได้โดยกดปุ่ม Alt+C
- สองช่องด้านขวาเป็นส่วนคำอธิบายครับ โดยจะบอกเราว่าคำที่เรากำลังแปลอยู่นั้น อยู่ตรงไหนบ้างของโปรแกรม
เริ่มแปล
เราสามารถดับเบิลคลิกที่ไฟล์ .po (ไฟล์ที่มีไอคอนเป็นรูปลูกโลกสีเขียวๆ) เพื่อเปิดไฟล์ด้วยโปรแกรม poEdit ได้ทันที
1. ก่อนแปลขอแนะนำให้ไปตั้งค่าเกี่ยวกับภาษาก่อนนะครับที่เมนู รายการ –> การตั้งค่า จากนั้นก็แก้ไขค่าต่างๆเล็กน้อยโดยช่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษคือ รูปแบบอักขระ ภาษาไทยของเราสนับสนุนแบบ UTF-8 และ iso-8859-11 ครับ ลองเลือกดูว่าแบบไหนที่แสดงภาษาไทยในโปรแกรมที่เราแปลได้ ก็เอาแบบนั้นครับ
ส่วนในช่องอื่นๆดูว่าโปรแกรมเขาบังคับมาหรือไม่ เช่นบางโปรแกรมในส่วน ชื่อรุ่นและชื่อโครงการ นั้น ต้องใส่ชื่อโปรแกรมเท่านั้น ถ้าเขาไม่บังคับก็ดูว่าภาษาอื่นเขาใส่ยังไงครับ
เสร็จแล้ว ให้ลองบันทึกและเปิดโปรแกรมดูครับ หากบันทึกไม่ได้หรือเปิดโปรแกรมนั้นไม่ได้ อาจเป็นเพราะว่าเราตั้งค่าไม่ถูกต้อง ให้กลับไปตั้งค่าใหม่
2. ในคำที่เราไม่แน่ใจ ขอแนะนำว่าไม่ต้องแปลครับ หรือหากแปลก็ให้ระบุด้วยว่า เราไม่แน่ใจว่าแปลถูกหรือเปล่า ด้วยการคลิกที่รูปเมฆ
หรือรูปผีหลอก
หรือกด ALT+U
ที่เก็บไฟล์ภาษา
ในแต่ละโปรแกรมไฟล์ภาษาจะถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่แตกต่างกัน และเพื่อให้เราสามารถทดสอบไฟล์ภาษา ของเราได้ เราก็ต้องเก็บไฟล์ภาษาของเราให้เหมือนกับภาษาอื่นๆเช่น ถ้าโปรแกรมเขาเก็บไฟล์ภาษาอังกฤษไว้ที่
โฟลเดอร์โปรแกรม\locale\En\LC_MESSAGES\ หรือ
โฟลเดอร์โปรแกรม\locale\Eng\LC_MESSAGES\
ภาษาไทยของเราก็น่าจะเป็น
โฟลเดอร์โปรแกรม\locale\th\LC_MESSAGES\ หรือ
โฟลเดอร์โปรแกรม\locale\thai\LC_MESSAGES\
การทดสอบไฟล์ภาษา
เมื่อแปลเสร็จแล้วหรือเมื่อต้องการทดสอบว่าภาษาที่เรากำลังแปล แสดงผลได้หรือไม่ ถ้าเปิดโปรแกรมอยู่ให้ปิดไปก่อนแล้วเปิดกลับขึ้นมาใหม่
จากนั้นดูว่าเมนูโปรแกรมเปลี่ยนเป็นภาษาไทยหรือยัง ถ้ายัง ให้ไปหาเมนูที่ใช้สำหรับเปลี่ยนภาษาซึ่งโดยมากจะอยู่ที่
Language หรือ
option –> Language หรือ
Setting –> Language หรือ
Preference –> Language
จากนั้นดูว่ามีชื่อภาษาไทยของเราหรือยัง ให้เลือกภาษาไทยของเรา แล้วปิดเปิดโปรแกรมใหม่อีกรอบ
หากเลือกภาษาไทยแล้วโปรแกรมเกิด Error ไม่สามารถแสดงภาษาไทยได้ อาจเกิดจากการตั้งค่าผิดในหัวข้อเริ่มแปลที่ด้านบน
โปรแกรมอื่นๆที่คล้ายกัน
นอกจาก poEdit แล้ว โปรแกรมที่สามารถใช้จัดการกับ gettext ได้อีกก็คือ
kbabel เวอร์ชันปัจจุบันคือ 1.11.1 (สำหรับ KDE 3.5.1) และ gtranslator
หมายเหตุ : เรื่องนี้อาจจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์นะครับ ท่านผู้อ่านทุกท่านสามารถเข้ามาเพิ่มเติ่มเนื้อหาโดยการเพิ่มคอมเมนต์ได้นะครับ ขอบคุณมากครับผม
วิธีใช้โปรแกรม MemoryBooster 3.0
Posted by นาวรรณ on
พฤษภาคม 13, 2008
MemoryBooster 3.0 ![]()
ครับจากที่เมื่อวานผมได้เขียนเรื่อง วิธีใช้ RamSaverPro ไปแล้วซึ่งเป็นโปรแกรมแชร์แวร์ แต่สำหรับคนที่ชอบโปรแกรมฟรีหรือต้องการความสบายใจในการใช้งานแบบฟรีๆ ผมก็มีโปรแกรมอีกหนึ่งตัว มาเสนอครับ โดยเมื่อเราไปที่เว็บไซต์ Wintools.net เพื่อดาวน์โหลด RamsaverPro แล้วก็ให้แวะดาวน์โหลดโปรแกรม MemoryBooster 3.0 Free ติดมาด้วยนะครับ หรือใช้ลิงค์เหล่านี้ ได้โดยตรงครับ
| รายการ | รายละเอียด |
| จาก WinTools.net | ยังไม่มีภาษาไทยครับ |
| ไฟล์ exe | ไฟล์แบบแตกตัวได้เอง (sfx) |
| ไฟล์ zip | แตกไฟล์ออกแล้วใช้ได้ทันที |
| ไฟล์ ซอร์สโค้ด (735 KB) | ซอร์สโค้ดภาษา C |
| จากบล็อกนี้ | |
| ไว้ใช้กับชุดที่ดาวน์โหลดจาก WinTools.net | |
| เปิดใช้งานได้ทันที มีภาษาไทยอยู่แล้ว | |
| เป็นไฟล์ sfx ใช้แตกไฟล์ไปที่ Program Files |
โดยชื่อก็บอกแล้วครับว่าฟรีส่วนความสามารถต่างๆก็ใกล้เคียงกับรุ่นพี่อย่าง RamSaverPro เพียงแต่มีเครื่องมือให้ใช้น้อยกว่าเท่านั้นเองดังนี้
1. ที่ system tray จะไม่แสดงเป็นตัวเลขสถานะของแรม แต่จะแสดงเป็นไอคอนรูปแรม 3 สี สีเขียวเมื่อมีแรมเหลืออยู่มาก สีเหลืองเมื่อแรมเริ่มลดลงปานกลาง และสีแดงเมื่อแรมลดลงเหลือน้อย
![]()
และจะแสดงตัวเลขแรมเมื่อเราชี้บนไอคอนนี้ครับ
![Memory Booster [ เหลืภ??รมภ??ู่ 114 MB - 54 % ]](http://navanblog.files.wordpress.com/2008/05/memoryboostertraypopup.png)
2. เมื่อคลิกขวาที่ไอคอนนี้จะมีเมนูดังภาพ

3. แถบหน่วยความจำ มีปุ่มเพิ่มแรมและกำหนดแรมที่จะแรม

4. การประมวลผล แสดงกระบวนการที่กำลังโหลด มีปุ่มให้ปิดกระบวนการ

5. ตัวเลือก เป็นการตั้งค่าต่างๆของโปรแกรม ที่ควรเลือกไว้ก็คือ เริ่มโปรแกรมเมื่อเปิดเครื่อง กับ เพิ่มแรมอัตโนมัติครับ

โปรแกรมนี้ไม่ต้องติดตั้งนะครับ แตกไฟล์ zip แล้วก็ใช้ได้เลย สามารถเก็บใส่แฟลชไดรฟ์ใช้เป็นโปรแกรมแบบ Portable ได้ทันที
ในกรณีที่คุณดาวน์โหลดโปรแกรมจาก wintools.net จะไม่มีภาษาไทย ให้คลิกดาวน์โหลดไฟล์ภาษาไทยที่ลิงค์ด้านบน จากนั้นแตกไฟล์ Thai.lng และ default.lng ไปไว้ในโฟลเดอร์ Lang ในโฟลเดอร์ของโปรแกรมนะครับ
สุดท้ายนี้ ก็ขอให้มีความสุขในการใช้โปรแกรมนี้กันนะครับ
คราวหน้าผมจะหาโปรแกรมเพิ่มแรมในระบบปฏิบัติการอื่นมาฝากอีกครับ
tags: MemoryBooster
1 Comment
วิธีใช้ Ram Saver Pro
Posted by นาวรรณ on
พฤษภาคม 12, 2008
ปลุกแรมที่หลับอู้ ให้กลับมาวิ่งสู้ฟัดดัวย Ram Saver Pro
เกริ่นนำ
หากคุณมีปัญหาเครื่องแฮงค์บ่อยๆ เพิ่มแรมแล้วแต่เครื่องยังช้าอยู่ เปิดโปรแกรมหลายตัวไม่ได้ และอยากรู้ว่า แรมที่มีอยู่หายไปไหนหมด วันนี้ผมมีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้มาฝากครับ
Ram Saver Pro คือคำตอบที่ว่านี้ โดยหลักการทำงานคร่าวๆของโปรแกรมนี้คือ
-
จะไปดึงเอาหน่วยความจำหรือแรมที่โปรแกรมต่างๆจองไว้แต่ไม่ได้ใช้หรือเลิกใช้ไปแล้วกลับมาให้คุณใช้ในโปรแกรมอื่นๆต่อไป
-
ดีแฟร็กแรมทำให้การเข้าถึงแรมทำได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับการดีแฟร็กฮาร์ดดิสก์
-
ช่วยให้แคชบนซีพียู, เมนบอร์ดและฮาร์ดดิสก์ ทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการดีแฟร็กแรมเมื่อเราต้องการ ดีแฟร็กอัตโนมัติ แสดงผลสถานะแรมแบบเรียลไทม์อีกด้วย ที่สำคัญโปรแกรมนี้มีเมนูภาษาไทยด้วยนะครับ
ข้อมูลจำเพาะ
ชื่อโปรแกรม: Ram Saver Pro 7
ผู้ผลิต: Godlike Developers SEG, Ltd.
ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.wintools.net
ความต้องการของระบบ
ซีพียู : Pentium ขึ้นไป
หน่วยความจำ(แรม) : ตั้งแต่ 16 เมกะไบต์ ขึ้นไป(รองรับสูงสุดได้ถึง 4 กิกะไบต์)
ฮาร์ดดิสก์ : พื้นที่ในการติดตั้งโปรแกรม 5 เมกะไบต์
ระบบปฏิบัติการ : วินโดวส์ 98/Me/2000/XP/Vista
ความละเอียดของจอที่ :640×480 ขึ้นไป
เริ่มดาวน์โหลดและติดตั้ง
-
เมื่อติดตั้งแล้วจะปรากฏชอร์ตคัต 2 อันที่หน้าจอ
-
เนื่องจากโปรแกรมนี้เป็นแชร์แวร์ 28 วันเมื่อเปิดโปรแกรมครั้งแรกจะมีหน้าจอกวนใจให้ลงทะเบียน ถ้าเรามีรหัสลงทะเบียนก็ป้อนเลยครับ ถ้าไม่มีเราก็สามารถกดผ่านไปได้เลยครับ โดยโปรแกรมแจ้งว่าเมื่อครบกำหนด 28 วันเราจะไม่สามารถใช้โปรแกรมต่อไปได้แต่จากที่ผมได้ทดลองใช้ผลปรากฏว่า เราไม่สามารถเรียกหน้าจอหลักของโปรแกรมขึ้นมาได้จริงแต่ในส่วนตัวเลขที่ Tray จะยังทำงานตามปรกติและโปรแกรมจะยังเพิ่มแรมตามที่เราตั้งค่าไว้อัตโนมัติหรือเพิ่มแรมเมื่อเรากดคีย์ลัด(Ctrl+Alt+1) (คุณผู้อ่านก็ลองนำไปใช้ดูนะครับผลเป็นอย่างไรเมลล์มาบอกด้วยนะครับ)

ใช้งานครั้งแรก
-
คลิกปุ่ม Start -> All Programs -> Godlike Developers -> RAM Saver Professional หรือดับเบิลคลิกที่ RAM Saver Professional ที่หน้าจอ (หลังจากนั้นในครั้งต่อไปโปรแกรมจะทำงานอัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่อง) โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างขึ้นมาพร้อมด้วยแสดงตัวเลขจำนวนแรมที่เหลืออยู่ที่ไอคอนที่ซิสเตมเทรย์
-
เปลี่ยนเมนูเป็นภาษาไทย
โปรแกรม Ram Saver Pro สามารถที่จะเปลี่ยนเมนูและการแสดงผลต่างๆของโปรแกรมเป็นภาษาต่างๆได้กว่า 20 ภาษา และหนึ่งในนั้นมีภาษาไทยด้วยครับ โดยเราสามารถเปลี่ยนภาษาของโปรแกรมได้โดยการ เรียกหน้าหลักของโปรแกรมขึ้นมาจากนั้นเลือกเมนู Option เลือก Language จะมีหน้าต่างให้เลือกภาษาให้กดเลื่อนลงไปด้านล่างแล้วเลือก thai.lng กด Apply แล้วโปรแกรมจะรีสตาร์ตตัวเอง 1 ครั้งแล้วจะเปิดหน้าหลักขึ้นมาอีกจะเห็นได้ว่าเมนูต่างๆในโปรแกรมเป็นภาษาไทยแล้ว ดังภาพ โดยที่วันนี้ผมขออนุญาตแนะนำโปรแกรมในฉบับภาษาไทยนะครับแบบว่าไม่ถนัดภาษาปะกิตครับ -
เมื่อต้องการเรียกหน้าหลักของโปรแกรม สามารถดับเบิลคลิกที่ตัวเลขที่ tray ได้เลยครับ
การตั้งค่าโปรแกรม
อันที่จริงโปรแกรมนี้สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่องอยู่แล้ว โดยที่แทบไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมใดๆ แต่ครับแต่ แต่ว่าเพื่อผลการทำงานที่ดีขึ้นเราก็ควรจะมีการตั้งค่าบ้างเล็กน้อยดังนี้
ย้ำอีกครั้งว่าการตั้งค่าเหล่านี้เป็นเพียงตัวเลือกหรือ option เท่านั้น ถ้าท่านจะไม่ตั้งค่าก็ไม่เป็นไรครับ
-
กำหนดจำนวนแรมที่ต้องการให้เพิ่มในแต่ละครั้งหรือเมื่อกดคีย์ลัด Ctrl+Alt+1
- เปิดหน้าหลักโปรแกรมโดยดับเบิลคลิกที่ไอคอน RAM Saver Pro Control Panel หรือ ดับเบิลคลิกที่ ไอคอนตัวเลขสีเขียวที่ System Tray จะเห็นหน้าต่างโปรแกรมดังภาพ ซึ่งเป็นหน้าที่แสดงสถานะต่างๆของแรม
- คลิกเลือกที่แถบ เพิ่มแรม จะมีแถบให้เลือกจำนวนแรมที่ต้องการเพิ่มในแต่ละครั้ง และปุ่ม เพิ่มแรม ด้านล่าง-ให้เลื่อนเลือกจำนวนแรมที่ต้องการเพิ่ม เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม เรียบร้อย
-
สร้างทางลัดพิเศษ ที่จะเพิ่มแรมให้เราก่อนที่จะเรียกใช้โปรแกรมหรือไฟล์เป้าหมาย โดยเราสามารถกำหนดจำนวนแรมที่ต้องการเพิ่มได้ครับ
- โดยไปที่หน้า ทางลัดพิเศษ
- เลือกเป้าหมายที่ต้องการโดยคลิก เรียกดู… ในช่องขั้นที่1
- เลือกจำนวนแรมในขั้นที่ 2

- เลือกที่ตั้งทางลัด ในขั้นที่ 4 ซึ่งได้แก่ ที่หน้าจอเดกส์ทอป (Desktop) และสตาร์ทเมนู (Start menu)
- สุดท้ายคลิกที่ สร้างทางลัด
เรียบร้อยครับ อ๊ะอะ แล้วขั้นที่ 3 ไปไหนใช่ไหมครับ ขั้นที่ 3 คือการปิดโปรแกรมอื่นๆ ทุกโปรแกรมก่อนเรียกใช้งานของเรา ซึ่งผมไม่แนะนำครับ -
ตั้งค่าอื่นๆ ให้โปรแกรม
-เปิดหน้าหลักของโปรแกรมแล้วไปที่แถบ ตัวเลือก กับ ตัวเลือกขั้นสูง 2แถบนี้เป็นการกำหนดค่าต่างๆให้โปรแกรม ผมขอแนะนำให้เลือก เริ่มโปรแกรมเมื่อเปิดเครื่อง กับ เปิดใช้งานการเพิ่มแรมอย่างฉลาด ส่วนตัวเลือกอื่นเชิญตามถนัดครับ

-
ให้เตือนว่ามีแผ่น ซีดี-ดีวีดี ค้างอยู่ในเครื่อง ตัวเลือกนี้ช่วยเตือนความจำได้ดีครับ และยังเป็นการช่วยถนอมเครื่องอ่านซีดีให้ใช้ได้นานขึ้นด้วย ทำได้โดย คลิกขวาที่ไอคอนของโปรแกรมที่ System Tray แล้วเลือก เช็คไดร์ฟ ซีดี-รอม
เสร็จแล้วครับกลับการตั้งค่าโปรแกรม ซึ่งตั้งเพียงครั้งเดียวก็พอ
การใช้งาน
อย่างที่บอกแล้วครับว่าโปรแกรมสามารถทำงานได้อัตโนมัติอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการแบบ Manual ก็ทำได้ดังนี้ครับ
-
เมื่อใช้งานเครื่องไปนานๆแล้วรู้สึกว่าเครื่องเริ่มช้า สามารถกดที่ปุ่ม CTRL ค้างไว้ ตามด้วย ALT ค้างไว้ ตามด้วยเลข 1 (เลข 1 ในฝั่งตัวอักษรนะครับไม่ใช่ฝั่งตัวเลข)
-
หรืออยู่ว่างๆ จะเปิดหน้าหลักของโปรแกรมขึ้นมาแล้วกดเพิ่มแรมดูก็ได้ว่าเครื่องเราสามารถ ดึงแรมมาเต็มที่ได้เท่าไหร่
สรุปครับ
หลังจากที่ได้ทดลองใช้ไปแล้ว โดยส่วนตัวแล้วได้ผลดีครับ เครื่องจะไม่ค่อยแฮงค์ เพราะโปรแกรมจะทำการเพิ่มแรมให้เราอัตโนมัติ หรือถ้าเราอยากเพิ่มแรมเองก็ง่าย ผมเองได้ใช้โปรแกรมนี้มาแล้วกว่า3ปีแล้วครับ โดยที่แทบจะไม่ต้องปรับแต่งส่วนอื่นเพิ่มเติมเลย (อันที่จริงเพราะว่าตั้งค่าไม่เป็นครับ) แต่ถ้าหากคุณผู้อ่านจะปรับแต่งส่วนอื่นเพิ่มด้วยก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มความเร็วให้ระบบไปอีกครับ










